วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559


 อุปทาน   (Supply)  คือ  ปริมาณการเสนอขายสินค้าและบริการของหน่วยผลิตหรือหน่วย ธุรกิจ  ณ  ระดับราคาต่างๆกัน

1. ปัจจัยกำหนดอุปทาน   ประกอบด้วยราคาสินค้าชนิดนั้น ราคาปัจจัยการผลิต ต้นทุน การผลิตสินค้า เทคนิคการผลิตสินค้าและสภาพดินฟ้าอากาศเป็นต้น
2. กฎของอุปทาน  กล่าวว่า  การเปลี่ยนแปลงปริมาณการเสนอขายสินค้าจะเป็นไปในทิศ ทางเดี่ยวกันกับการเปลื่ยนแปลงของราคาสินค้า เช่น ราคาเพิ่ม ปริมาณเสนอขายเพิ่ม
3. อุปทานของหน่วยผลิตแห่งหนึ่ง   ปริมาณการเสนอขายสินคาขึ้นอยู่กับราคาสินค้าเมื่อรวมอุปทานของหน่วยผลิตหลายๆหน่วยในสินค้าชนิดหนึ่งกจะเป็นอุปทานของตลาด
4. การเปลื่ยนแปลงอุปทาน  แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
(1) การเปลี่ยนแปลงปริมาณ อุปทานที่อยู่บนเส้นอุปทานเดิมมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงในราคาสินค้า
(2) การเปลี่ยนแปลงระดับอุปทาน  เสนออุปทานจะเคลื่อนย้ายทั้งเส้นที่มีสาเหตุ มาจากการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช้ราคาสินค้า เช่น ราคาปัจจัยการผลิต เทคนิคการผลิต สภาพดิน ฟ้าอากาศเป็นต้น 
5. ดุลยภาพในตลาดสินค้าและบริการ   คือ ภาวะที่ปริมาณการเสนอซื้อสินค้าเท่ากับปริมาณการเสนอขายสินค้า ณ ระดับราคาหนึ่ง ดังน้ัน จึงเรียกว่า ราคาดุลยภาพและปริมาณซื้อขาย ดุลยภาพ 
6.  การเปลื่ยนแปลงดุลยภาพ  4 กรณี คือ
(1) กรณีระดับอุปสงค์ เพิ่ม-ลด  (อุปทานคงที่) 
(2) กรณีระดับอุปทาน เพิ่ม-ลด  (อุปสงค์คงที่)
(3) กรณีอุปสงค์เพิ่มและอุปทานลดลงในสัดส่วนเดียวกัน
(4) กรณีอุปสงคเพิ่มและอุปทานลดในสัดส่วนเท่ากัน ทั้ งหมดนี้จะมีผลตอราคาและ  ปริมาณซื้อ-ขายอย่างไร
7.  การแทรกแซงตลาดสินค้าของรัฐบาล มี 2 ประเภทคือ
(1) การกำหนดราคา ขั้นตํ่า ให้สูง กว่าราคาตลาดในขณะนั้น ทําให้เกิดอุปทานส่วนเกิน(Excess Supply)
(2) การกำหนดราคา ขั้นสูง ให้ตํ่า กวาราคาตลาดในขณะนั้น ทําให้เกิดอุปสงค์ส่วนเกิน(Excess Demand) รวมท้ังมาตรการต่างๆที่จะนำมาใช้ในทั้งสองกรณี
ที่มา www.mwit.ac.th/~daramas/bea_eco.doc

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น